อุปกรณ์ในการเล่นดนตรีสดของผม

19/12/2017 17:36 Blog

ในปีนี้ (2560) เป็นปีที่ผมได้กลับมาเล่นดนตรีกลางคืนอีกครั้ง อุปกรณ์ในการเล่นกลางคืนจึงต้องถูกปรับเปลี่ยนจากการเล่นดนตรีงานแต่ง งาน Event ไปพอสมควร โดยโจทย์การเลือกอุปกรณ์มีดังนี้ครับ

  • มีน้ำหนักไม่มากเกินไป (master keyboard ต้องไม่เกิน 10 กิโล)
  • สามารถพกพาและเคลื่อนย้ายได้สะดวก
  • สามารถควบคุมจัดการทุกอย่างได้สะดวก
  • มีเสียงที่ดีสามารถใช้งานได้ไม่อึดอัด
  • ตอบสนองการเล่นในหลายรูปแบบ ทั้งเพลงช้าจนถึงเพลงเร็ว

หน้าตาของแผนผังอุปกรณ์จึงออกมาเป็นแบบนี้ครับ

ดูวุ่นวายไม่ใช่น้อย มาดูกันทีละตัวครับว่ามีอะไรบ้าง

Master Keyboard ผมเลือก Roland FA07 เนื่องด้วยความสะดวกในการใช้งาน มีความสามารถในการเป็น Controller ที่ดีมากๆ สามารถจัดการบริหารเสียงสำหรับเล่นสดได้ดีด้วย Pad Switch Group มีเสียงที่จัดว่าดี (แต่เสียง AC.Piano จะบางๆหน่อยถ้าเล่นคนเดียว) คีย์ semi weight ที่ตอบสนองการเล่นได้ดีมากๆอย่างไม่น่าเชื่อ น้ำหนักที่ไม่เยอะมากประมาณ 8.5 kg ข้อเสียก็คือขนาดจะยาวไปซักนิดนึงครับ

มาถึงในส่วนของ Pedal Board หลายๆคนที่เห็นอุปกรณ์ผมแล้วจะงงๆว่า นี่เป็นมือคีย์บอร์ดหรือมือกีต้าร์ 55+ เนื่องจากวงของผมในตอนนี้ ประกอบไปด้วย นักร้อง แซกโซโฟน และคีย์บอร์ด การที่จะเล่นเพลงที่มีจังหวะ หรือเพลงเร็วๆเนี่ยจะทำได้ยากกว่าวงที่มีกีต้าร์ ถ้าจะเพิ่มสมาชิกอีกคนก็ดูจะยุ่งยากและร้านคงไม่อยากจ่ายเงินมาก ทำให้หางานได้ยากขึ้น ผมเลยลองใช้อุปกรณ์ตัวนี้ ที่ทำให้การเล่นดนตรีของผมเปลี่ยนไป


BeatBuddy เป็น Loop กลองไฟฟ้า ที่มีหน้าตาเหมือน Pedal Effecr กีต้าร์ ซึ่งผมได้เคยทำรีวิวไว้แล้ว ที่นี่ 


ต่อมาก็จะเป็น Ditto X4 ซึ่งเป็น Looper ที่มี MIDI Sync ข้อดีของมันคือ ปกติแล้ว Looper ทั่วไปถ้าเราเหยียบไม่ตรงกับจังหวะเป๊ะๆ จังหวะจะคร่อมไปเรื่อยๆ ซึ่งถ้าเล่นคนเดียวก็จะไม่ค่อยเป็นปัญหามากนัก แต่ถ้าใช้กับกลองไฟฟ้าซึ่ง Tempo จะคงที่ตลอด จะทำให้ไม่สามารถใช้งาน Looper ได้เลย ตัวนี้จึงแก้ปัญหาที่ว่าได้ทั้งหมด โดยรับสัญญา MIDI มาจาก BeatBuddy ซึ่งจะทำให้การใช้ Looper ไม่มีปัญหาคร่อมจังหวะอีกต่อไป ผมใช้ตัวนี้เวลาเจอเพลงที่มี riff ซ้อนกัน หรือพวกเพลง standard jazz ที่ผมจะอัด loop ในท่อนที่ saxophone solo แล้วสลับกลับมาที่ keyboard solo ทำให้เหมือนกับมีสมาชิกเพิ่มมาอีกคนครับ

ตัวนี้เป็น DIY Switch ที่เป็น expression control ใช้ต่อกับ Roland FA07 เพื่อปรับ volume ของ string ที่รองกับ Piano ซึ่งสามารถใช้เท้าเขี่ยได้สะดวก ทำให้ประหยัดพื้นที่กว่า Expression ที่เป็นโวลุ่มเท้า ส่วนปุ่มด้านล่างเป็น Tap Tempo ที่ส่งค่าไปที่ FA07 และที่ตัว FA07 จะส่ง MIDI Out มาที่ Beatbuddy อีกทีเพื่อปรับ Tempo ของ Loop กลองครับ

ตัวนี้เป็น DIY Switch ที่ใช้คุม Beatbuddy โดยถ้าไม่ได้เปิด beat กลอง จะใช้ในการเปลี่ยนจังหวะกลองได้โดยไม่ต้องใช้มือปรับ แต่ถ้าเป็นตอนที่เปิด beat อยู่ ปุ่มทางขวาจะใช้ stop หรือ start beat กลอง

ตัวนี้เป็น DIY Switch ที่ใช้ควบคุม TC Perform VK ซึ่งเป็น effect ร้อง เนื่องจากตัว TC Switch 3 มีราคาค่อนข้างแพงและมีขนาดใหญ่ ทำใช้เองเลยตอบโจทย์กว่าครับ

ในส่วนของ Pedal Board นั้นผมใช้ Pedaltrain Metro 16 และภาคจ่ายไฟเป็น Cioks DC5 ตัวจ่ายไฟขนาดเล็กที่สามารถจ่ายไฟได้ดีมากๆ สมกับราคาของมันครับ (แพงมาก 55+)

ในส่วนของ Effect ร้องผมใช้ TC Perform VK ข้อดีของมันคือมันเป็น Effect เสียงประสาน ที่ส่งค่า MIDI ไปควบคุม ทำให้ประสานไม่เพี้ยน (ถ้าร้องไม่เพี้ยน) ปัญหาคือในตัวของ Roland FA07 มี MIDI Out ช่องเดียว ซึ่งมันส่งค่าไปที่ Beatbuddy แล้ว แต่ในปัญหาย่อมมีทางออก เพราะ TC Ditto X4 มีช่อง MIDI Thru จึงสามารถนำสัญญาณ MIDI ที่มาจาก FA07 ผ่านมายัง Beatbuddy แล้วส่งมาที่ Ditto X4 เพื่อ Thru มาที่ตัว Perform VK ได้ (ต้องตั้งค่า MIDI Mode ใน Beatbuddy เป็น Merge ด้วยนะ) 

สามารถส่งสัญญาณจาก Beatbuddy มาเข้าที่ Perform VK และส่งทั้งหมดออกไปที่ Mixer ได้ด้วยสายแจ็คเส้นเดียว

ไมโครโฟนผมใช้ SE V7 เป็นไมค์ราคาไม่สูงมาก แต่ให้เสียงที่คมชัด และที่สำคัญคือ เป็นไมค์ที่ป้องกัน feedback ได้ดีมากครับ

ตัวอย่างวิดีโอที่เล่นด้วย setup นี้ครับ

อาจจะดูวุ่นวายไปหน่อย แต่รวมๆแล้วถือว่าสะดวกมาก สามารถ setup และเก็บได้ภายในเวลา 10 นาที และยังสามารถเคลื่อนย้ายทั้งหมดได้ด้วยคนเดียวโดยไม่ต้องใช้รถเข็น และที่สำคัญคือสามารถเปลี่ยนวิธีเล่นของผมไปได้มากครับ

 

No Comments

(Required)
(Required, will not be published)

This blog is kept spam free by WP-SpamFree.